| |
|
|
|
|
|
|
การก่อตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
กองทัพอากาศ ได้เริ่มก่อตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง
ทหารอากาศ (สนว.กจ.ทอ.) แห่งแรกขึ้นเมื่อประมาณปี
๒๔๙๒
ในสมัย จอมพลอากาศฟื้น
รณนภากาศ ฤทธาคนี
เป็น
ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีชื่อเรียกว่า
สถานีวิทยุกระจายเสียง
ทหารอากาศทุ่งมหาเมฆ เป็นระบบ เอ.เอ็ม.
ความถี่ ๑,๒๖๘
กิโลเฮิรตซ์
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำการฝึก และเพิ่มประสบการณ์
ให้แก่เจ้าหน้าที่ด้านสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์
ให้มีความสามารถ
ยิ่งขึ้น
โดยอาศัยอาคารของกองดุริยางค์ทหารอากาศ เป็นที่
ตั้งชั่วคราว
ปี ๒๔๙๔ ในระหว่างเกิดขบถแมนฮัดตัน
ก็ได้ก่อตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ เพิ่มขึ้นอีก ๑ แห่ง
ขึ้นบริเวณกรมสื่อสารทหารอากาศ คือสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑
เนื่องจากเสาอากาศสูงเกินเกณฑ์ปลอดภัยของสนามบิน
และคลื่นความถี่รบกวน
เครื่องสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังซ่อมในกองโรงงาน
จึงได้ย้ายที่ตั้ง โดยแยกออกเป็น ๒ แห่ง คือ
สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑ ดอนเมือง อยู่ที่ฝั่งขวาของถนนพหลโยธิน
ตรงข้ามกับกรมช่างโยธาทหารอากาศ และ
๐๑ บางซื่อ อยู่ที่กรมช่างอากาศบางซื่อ
เฉพาะในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ
ได้พิจารณาตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ระบบ เอฟ.เอ็ม.ขึ้นอีก ๑
ความถี่ คือ ๑๐๒.๕ เมกกะเฮิรตซ์ เมื่อปี ๒๕๑๓
ไปรวมอยู่กับสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศทุ่งมหาเมฆ
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๑-๒ ทุ่งมหาเมฆ
ปัจจุบันคือ สถานี วิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๖ กรุงเทพฯ
ในระยะเริ่มแรก
ของการตั้งสถานวิทยุกระจายเสียงทหาร
อากาศ ระบบ เอฟ.เอ็ม.
ได้นำเครื่องมือสื่อสารระหว่างจุด แบบ BC-๖๑๐ มาดัดแปลงออกอากาศ และระบบ
เอฟ.เอ็ม. ใช้เครื่องรับ-ส่งวิทยุโทรคมนาคมแบบ AN/TRC-24
มาดัดแปลง ออกอากาศ
สำหรับการก่อตั้ง
สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศต่างจังหวัด
มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักการว่า
จังหวัดใดที่มีหน่วยกองทัพอากาศตั้งอยู่
จะพิจารณาขอจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ เพื่อช่วยในการเดินอากาศ
ของนักบิน ฝึกเจ้าหน้าที่สื่อสาร ให้มีความสามารถยิ่งขึ้น
เผยแพร่กิจการกองทัพอากาศ ปฏิบัติการจิตวิทยารอบพื้นที่
และเป็นสื่อกลาง สร้างความเข้าใจอันดี
ระหว่างประชาชน กับ
กองทัพอากาศ
|
|

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑
ดอนเมือง

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๓
นครราชสีมา
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
เดิมกรมสื่อสารทหารอากาศ
มีสถานีวิทยุกระจายเสียง
ทหารอากาศ
อยู่ในความควบคุมดูแล ๙ แห่ง คือ
สนว.กจ.ทอ.๐๑ ดอนเมือง-มีนบุรี
สนว.กจ.ทอ.๐๖ กรุงเทพฯ
สนว.กจ.ทอ.๐๘ อุบลราชธานี
สนว.กจ.ทอ.๐๙ อุดรธานี
สวน.กจ.ทอ.๐๑๐ พิษณุโลก
สนว.กจ.ทอ.๐๑๑ หาดใหญ่
สนว.กจ.ทอ.๐๑๓ เชียงใหม่
สนว.กจ.ทอ.๐๑๔ มหาสารคาม
สนว.กจ.ทอ.๐๑๕ เชียงราย
ต่อมาเมื่อปี ๒๕๒๔ ได้มอบโอน สนว.กจ.ทอ.๐๘
อุบลฯ, ๐๙
อุดรฯ, ๐๑๓ เชียงใหม่
ให้กองบิน ๒๑ฯ, กองบิน ๒๓ฯ และ
กองบิน ๔๑ฯ ตามลำดับ และเมื่อปี ๒๕๒๕
ได้มอบโอน สนว.กจ.ทอ.๐๑๐ พิษณุโลก, ๐๑๑ หาดใหญ่ ให้กองบิน ๔๖ฯ
และกองบิน ๕๖ฯ ตามลำดับ
กรมสื่อสารทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ
มีสถานีวิทยุกระจายเสียง
อยู่ในความควบคุมดูแล จำนวน ๑๐ แห่ง ๑๖ ความถี่ ระบบ เอฟ.เอ็ม. ๙
ความถี่ คือ สนว.กจ.ทอ.๐๑ ดอนเมือง-มีนบุรี, ๐๖ กรุงเทพฯ, ๐๑๔ มหา-
สารคาม, ๐๑๕ เชียงราย, ๐๑๖ จันทบุรี, ๐๑๗ สกลนคร, ๐๑๘ น่าน, ๐๑๙ สุรินทร์,
๐๒๐ ขอนแก่น และ ๐๒๑ บุรีรัมย์
|
|

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๔
ตาคลี
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
เดิมหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ โดยเฉพาะกองบินและโรงเรียนการบิน
ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ อยู่ในควบคุมดูแล
ได้ดำเนินกิจการและบริหารงานด้านวิทยุกระจายเสียงเอง ซึ่งก็ถือว่ารายได้
จะเป็นของหน่วยงานนั้น จนกระทั่งกองทัพอากาศ ได้มีการออกระเบียบกองทัพอากาศ
ว่าด้วยวิทยุกระจายเสียงของกองทัพอากาศ ขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๔
โดยมี
คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ รับผิดชอบควบคุมการดำเนินกิจการ
ของสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ให้บรรลุวัตถุประสงค์
ของกองทัพอากาศ แต่ก็ยังคง ถือว่า รายได้ที่สถานีฯ ได้มา เป็นของสถานีฯ
เอง
ต่อมาเมื่อ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ ผบ.ทอ. (พลอากาศเอกประพันธ์ ธูปะเตมีย์)
ได้อนุมัติหลักการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติ เดิมที่เป็นแบบแยกการ
เป็นแบบรวมการ โดยรวมรายได้ทรัพย์สิน หนี้สินและทุน ของสถานีฯ
เป็นของส่วนกลางทั้งหมด ดังนั้นรายได้ของ สถานีฯ
ทำได้จึงต้องส่งมาไว้ที่ส่วนกลาง สำหรับการใช้จ่ายเงินของสถานีฯ
ส่วนกลางเป็นผู้กำหนด ซึ่งได้ถือปฏิบัติมาจนถึงปี๒๕๓๑ และตั้งแต่ปี
๒๕๓๒ เป็นต้นมา กองทัพอากาศ
ก็ได้ให้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการด้านการตลาด โดยการหาผู้อุปถัมภ์รายการ
ให้กับสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ จำนวน ๒๑ แห่ง (๓๖ ความถี่)
กองทัพอากาศได้จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
ด้านความมั่นคง

เพื่อความมั่นคงของ ชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์
และ ยังประโยชน์ต่อทางราชการ และประชาชน
ตามแนวนโยบาย
พื้นฐานแห่งรัฐ

เพื่อเป็นข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ติดต่อสื่อสารกับ
ต่างเหล่าทัพ หน่วยราชการ และเอกชน ในภารกิจการป้องกัน
ภัยทางอากาศ ของกองทัพอากาศ เพื่อพิทักษ์รักษา
เอกราช
ความมั่นคงแห่งรัฐ รวมทั้ง
การกระจายข้อมูลข้าวสาร ในการ
ป้องกันภัยทางอากาศ ข่าวอากาศ
และข่าววินาศภัย แก่ประชาชน

เพื่อช่วยในการเดินอากาศแก่นักบิน
ด้านการศึกษา

เพื่อฝึกเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ และต่างเหล่าทัพ
ให้มีความรู้ความสามารถ และความชำนาญในการใช้เครื่องมือ
สื่อสาร ทั้งในด้านเทคนิค และการบริการส่งวิทยุกระจายเสียง
สำหรับใช้เป็นกำลังทดแทน เมื่อรัฐเกิดกรณีจำเป็น

เพื่อเผยแพร่ความรู้ ทางวิชาการ และข่าวสารของ
ทางราชการ แก่ประชาชน
และเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ ทั้งใน
ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น

เพื่อการปฏิบัติการ การอบรมจิตวิทยา ตามนโยบาย
ของกองทัพอากาศ และของรัฐ
ด้านวัฒนธรรมและการบันเทิง

เพื่อสนับสนุนหลักธรรมของศาสนา สำหรับใช้เสริม
สร้างคุณธรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิต

เพื่อการบันเทิงตามสิทธิและเสรีภาพ ในการบริโภคของ
ประชาชน
ด้านสวัสดิการและสังคม

เพื่อส่งเสริม การศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม
ให้ความรู้ ความบันเทิง โดยไม่ขัดกับขนบธรรมเนียม ประเพณี
และศีลธรรมอันดีงาม ของชาติ

เพื่อสวัสดิการให้แก่หน่วยของกองทัพอากาศ

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม ตามหลักเกณฑ์
ที่คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ
กำหนดขึ้น
ในเรื่องต่อไปนี้
การศึกษาแก่บุตร ของข้าราชการและลูกจ้าง ในกองทัพ
อากาศ และทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณกองทัพ
อากาศ และในต่างจังหวัด
ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
ตั้งอยู่ รวมทั้งอยู่ในความอุปถัมภ์ ของกองทัพอากาศ
สนับสนุนในเรื่องอุปถัมภ์เครื่องช่วยในการศึกษา สำหรับ
กิจการลูกเสืออากาศและเยาวชน ตามความจำเป็น
กิจกรรมของศูนย์เยาวชนกองทัพอากาศ
กิจการสโมสรทหารอากาศ และ
สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ
อื่นๆ
ตามที่คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง
กองทัพอากาศ จะพิจารณาเห็นสมควร
ด้านการพัฒนาประเทศ และประโยชน์สาธารณะอื่นๆ

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศ
และ
ประชาชน มีส่วนร่วมในการ
พัฒนาประเทศ การสงวนบำรุงรักษา
ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทาง
ชีวภาพอย่างสมดุล คุ้มครองคุณภาพและสิ่งแวดล้อมตลอดจน
ควบคุม และจำกัดภาวะมลพิษ

เพื่อการเสริมสร้างและพัฒนา ความเป็นปึกแผ่นของ
ครอบครัว และความเข้มแข็งของชุมชน

เพื่อส่งเสริมการสาธารณสุข
และ
รับบริการได้มาตรฐาน
อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นๆ
ตามสิทธิและเสรีภาพ
ของชนชาวไทย และตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
การบริหารกิจการวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ
จะเป็นไปตามระเบียบของกองทัพอากาศ โดยมีคณะ
กรรมการวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ รับผิดชอบ
ควบคุมการดำเนินกิจการ
ของสถานีวิทยุกระจายเสียง
ทหารอากาศทุกแห่ง และ คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจาย
เสียง สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
ควบคุม
ดำเนินงาน
สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ แต่ละแห่ง
ดังนี้
คณะกรรมการวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ
ประกอบด้วย

คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารวิทยุกระจายเสียง
กองทัพอากาศ (ปษ.กบว.ทอ.)
มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำ แก่คณะกรรมการบริหาร
วิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ มี
ผู้บัญชาการทหารอากาศ
เป็น ประธานที่ปรึกษา
การบริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ
รองผู้บัญชาการทหารอากาศ
เป็นรองประธานที่ปรึกษาการบริหารวิทยุ
กระจายเสียงกองทัพอากาศ และประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ,
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธ
ทางอากาศ, ผู้บัญชาการกองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ,
ผู้บัญชาการกองบัญชาการการฝึกศึกษาทหารอากาศ, ที่ปรึกษา
พิเศษกองทัพอากาศ เป็นกรรมการ

คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ
(กบว.ทอ.)
มีหน้าที่ควบคุมการดำเนินการของสถานวิทยุกระจายเสียง
ทหารอากาศ ให้เป็นไปตามระเบียบ
ว่าด้วยวิทยุกระจายเสียง
และวิทยุโทรทัศน์ ปี ๒๕๓๕
กฎกระทรวง และประกาศกรม
ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนควบคุมการดำเนินการ
วิทยุกระจาย
เสียงกองทัพอากาศ ให้บรรลุวัตถุประสงค์
ของกองทัพอากาศ
ประกอบด้วย เสนาธิการทหารอากาศ
เป็นประธานกรรมการบริหารวิทยุ
กระจายเสียงกองทัพอากาศ รองเสนาธิการทหารอากาศ
(สายงาน
ยุทธการและการข่าว) เป็นรองประธาน กบว.ทอ. และกรรมการ
อื่น ๆ อีก ๑๔ คน โดยมี
เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ กอง
บัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ เป็นเลขานุการ

คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุกระจาย
เสียงทหารอากาศ (กบว.สนว.กจ.ทอ.)
มีหน้าที่ควบคุมการดำเนินงาน ของสถานีวิทยุกระจาย
เสียงทหารอากาศ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
ให้เป็นไปตามระเบียบ
กฎกระทรวง
และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับวิทยุกระจายเสียง โดย
ประธานกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ จะเป็น
ผู้แต่งตั้งกรรมการ ไม่เกินสถานีละ ๗ คน
ซึ่ง มีผู้อำนวยการ
สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ทำหน้าที่
ควบคุมกำกับ
ดูแล เจ้าหน้าที่สถานี "เป็นเลขานุการคณะกรรมการ"
เพื่อการบริหารงาน
ของคณะกรรมการ ที่กล่าวถึง
ข้างต้น ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการควบคุมกำกับดูแล
จึงได้ตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง
กองทัพอากาศขึ้น ดำเนินภารกิจ
รวบรวมการรายงาน
และ
การแจกจ่ายคำสั่ง เอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับกิจการ
วิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ โดยมี
ประธานกรรมการ
บริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ เป็น
ผู้อำนวยการ
สำนักงานฯ
และเลขานุการคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจาย
เสียงกองทัพอากาศ เป็น รองผู้อำนวยการสำนักงานฯ
ซึ่ง
สำนักงานฯ ตั้งอยู่ในบริเวณกรมสื่อสารทหารอากาศ และ
มีหน่วยขึ้นตรง คือ กองธุรการ กองบริหารการเงิน
กอง
ควบคุมรายการ ศูนย์ผลิตรายการ
กองศึกษาวิจัยและ
พัฒนา กองควบคุมเทคนิค กองช่าง
และกองประชา-
สัมพันธ์และประสานงาน
|
|

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๕
หัวหิน

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๗
สุราษฎร์ธานี

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๘
อุบลราชธานี

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๙
อุดรธานี

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๐
พิษณุโลก

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๑
หาดใหญ่

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๒
กำแพงแสน

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๓
เชียงใหม่

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๔
มหาสารคาม
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
การย้ายเครื่องส่งและสายอากาศระบบ เอฟ.เอ็ม.
ไปตั้งที่สูง หรือยอดเขา
ปัจจุบันมี
การแข่งขันในเรื่องพื้นที่ผู้ฟัง
และการตลาด เพิ่มมากขึ้น
โดยการเพิ่มรัศมีการเผยแพร่คลื่น และเพิ่มกำลังส่ง
เกินกว่าที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง
และ วิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ เช่น ๑
กิโลวัตต์ เป็น ๕-๑๐ กิโลวัตต์
หรือ การเพิ่มความสูงสายอากาศ
ด้วยการนำไปติดตั้งยังที่สูง เช่น
บนอาคารหรือยอดเขา
สำหรับสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ตั้งสถานี อยู่ในบริเวณสนามบิน ไม่สามารถเพิ่มความสูงเสาอากาศได้ จึงต้องเพิ่มกำลังส่งเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ
แต่ก็ถูกกรมประชาสัมพันธ์ท้วงติงเสมอ ดังนั้นเพื่อขจัด
ปัญหาการแพร่คลื่นออกอากาศ ด้วยกำลังส่งเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ
สามารถแข่งขันด้านการตลาด
และค่านิยมของผู้ฟัง ตลอดจนลดค่ากระแสไฟฟ้า
ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตลอดเวลา
จึงมีแนวความคิดที่จะย้ายเครื่องส่งและสายอากาศระบบ เอฟ.เอ็ม. ไปตั้งที่สูง
หรือยอดเขา หรือหาสถานที่ตั้งระบบ เอฟ.เอ็ม ใหม่
ที่สามารถเพิ่มความสูงเสาอากาศได้
ซึ่งในปัจจุบันสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
ที่จะย้ายเครื่องส่ง และสายอากาศ ระบบ เอฟ.เอ็ม.นั้น ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วจำนวน
๓ แห่งและอยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินการ ๗ แห่ง ดังนี้
ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว คือ

สถานีวิทยุกระจายเสียง ๐๕ ประจวบคีรีขันธ์
ระบบ เอฟ.เอ็ม.
ย้ายไปที่ สถานีโทรคมนาคมเขาใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗
ส่วนห้อง
ควบคุมเสียง อยู่ที่ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สถานีวิทยุกระจายเสียง ๐๗ สุราษฎร์ธานี ย้ายไป
ที่สถานีโทรคมนาคมสื่อสารทหาร เขาท่าเพชร
อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือน
พฤษภาคม ๒๕๓๙ ส่วนห้อง
ควบคุมเสียง อยู่ที่หน้าทางเข้า ท่าอากาศยานจังหวัดสุราษฎร์ธานี
อำเภอพูนพิน

สถานีวิทยุกระจายเสียง ๐๑๑ หาดใหญ่ ย้ายไป ที่สถานีโทรคมนาคมสื่อสารทหาร
เขาคอหงษ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๐
ต่อไปมีแนวความคิด ที่จะย้ายขึ้นเขาวังชิง ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานีโทรคมนาคม
และสถานี เรดาร์แห่งใหม่ ส่วนห้องควบคุมเสียง อยู่ที่
กองบิน ๕๖ กองพลบินที่ ๔ กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ตำบลโคกม่วง
กิ่งอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
อยู่ในระหว่างการพิจารณาคือ

สถานีวิทยุกระจายเสียงทางอากาศ ๐๔ ตาคลี จะ ย้ายไปที่
สถานีโทรคมนาคมสื่อสารทหาร เขาตาคลี อำเภอ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

สถานีวิทยุกระจายเสียงทางอากาศ ๐๑๐ พิษณุโลก
จะย้ายไปที่เขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

สถานีวิทยุกระจายเสียงทางอากาศ ๐๑๓
เชียงใหม่ จะย้ายไปที่ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

สถานีวิทยุกระจายเสียงทางอากาศ ๐๑๗
สกลนครจะย้ายไปที่ สถานีโทรคมนาคม ชั้น ๒ ฯ ภูเขียว
อำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร

สถานีวิทยุกระจายเสียงทางอากาศ ๐๑๘ น่าน
จะย้ายไปที่เขาแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

สถานีวิทยุกระจายเสียงทางอากาศ๐๒๐ ขอนแก่น
จะย้ายไปที่บริเวณบ้านดอยคู่ อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น
ริมถนนสายขอนแก่น-ชุมแพ เนื้อที่ ๖ ไร่ ๓ งาน ๒๗ ตารางวา
การจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงวิทยุทหารอากาศ
ภาค เอฟ.เอ็ม. เพิ่มเติม
ปัจจุบัน พื้นที่การรับฟังสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ
ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย
ได้มากเท่าที่ควรทางผู้บังคับบัญชาชั้นสูง
จึงมีแนวความคิดที่จะมีสถานีวิทยุ กระจายเสียงทหารอากาศเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ กองทัพอากาศ และ เป็นการ
กระจายข่าวแจ้งเตือนภัยทาง อากาศด้วย
ซึ่งได้รับอนุมัติในหลักการให้พิจารณาจัดตั้งสถานี
วิทยุกระจายเสียงทหารอากาศภาค เอฟ.เอ็ม. เพิ่มเติม ดังนี้
ภาคเหนือ

สถานีโทรคมนาคมดอยจง จังหวัดลำปาง

สถานีโทรคมนาคม เขานารายณ์ จังหวัดสุโขทัย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สถานีโทรคมนาคม ภูเขาเขียว จังหวัดร้อยเอ็ด

ศูนย์ควบคุมและรายงาน
(ศคร.) เขาเขียว
(รอยต่อสามจังหวัด) จังหวัดนครนายก

สถานีโทรคมนาคม ภูกระดึง จังหวัดเลย

สถานีโทรคมนาคมภูสิงห์ จังหวัดอำนาจเจริญ
ภาคใต้ ที่เขาไม้เท้าสิบสอง จังหวัดภูเก็ต
สำหรับการพิจารณา ขอตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ แห่งใหม่
ดังที่ได้รับอนุมัติหลักการไว้ในขณะนี้ ยังคง ไม่สามารถดำเนินการได้
ทั้งนี้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๔๐
ได้กล่าวถึงคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
เป็นทรัพยากร สื่อสารของชาติ ซึ่งองค์กรของรัฐ ที่เป็นอิสระ จะทำหน้าที่จัด
สรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจาย เสียง
โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น ๆ
ดังนั้น การขอตั้งสถานี วิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ จึงต้องชะลอไว้ก่อน
|
|

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๖
จันทบุรี

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๗
สกลนคร

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๘
น่าน

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๑๙
สุรินทร์
(เว็บไซต์ สถานี)

สถานีวิทยุฯ ทหารอากาศ ๐๒๐
ขอนแก่น
|
|
|
|