หน้าหลัก | กรมสื่อสารทหารอากาศ | กิจกรรม ส.ทอ.บนอ. | วิทยุกระจายเสียง ทอ. | สาระความรู้ | ทันเหตุการณ์ | เวปบอร์ด | ลิ้งค์

 
         
   

รกเริ่ม
          กิจการสื่อสารของกองทัพอากาศ   ได้เริ่มต้นในระยะเวลาเดียวกันกับกิจการการบิน
โดยได้มีการจัดหาเครื่องมือ สำหรับใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องบินกับพื้นดิน (Air to Ground Communications)  ตั้งแต่ยังมีฐานะเป็นกรมอากาศยาน

         หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๑ พ.ศ.๒๔๕๖ กระทรวงกลาโหมได้จัดตั้ง "แผนกการบิน" ให้ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของจเรทหารช่าง  คือ พลเอก พระบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
           ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๗   กระทรวงกลาโหมได้ออกคำสั่งยกฐานะ   "แผนกการบิน"   ขึ้นเป็น "กองพันทหารบก"  ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ระลึกกองทัพอากาศ
         พ.ศ. ๒๔๖๑    "กองพันทหารบก"  ได้ยกฐานะเป็น "กรมอากาศยานทหารบก"
           พ.ศ. ๒๔๖๔   "กรมอากาศยานทหารบก"  ได้เปลี่ยนเป็น "กรมอากาศยาน"
          ในระหว่างปี ๒๔๖๙ - ๒๔๗๘   หลังจากที่ได้แยก "กรมอากาศยาน"   ออกจาก   กรมเสนาธิการทหารบก มาขึ้นตรงต่อเสนาบดีกระทรวงกลาโหม และได้เปลี่ยนชื่อจาก "กรมอากาศยาน" เป็น "กรมทหารอากาศ" เมื่อ ๑๒ เมษายน ๒๔๗๘ แล้วกิจการในด้านการบินทั่วไปก้าวหน้ากว้างขวางยิ่งขึ้น  การปรับปรุง การจัดกำลังส่วนใหญ่ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม

เครื่องฝึกบินจำลอง (Link Trainer)

เครื่องฝึกบินจำลอง (Link Trainer) แบบ C-11C

          นสมัยเริ่มต้นการสื่อสารของกองทัพอากาศ ไม่ได้ใช้คำว่า "สื่อสาร" แต่เรียกกันว่า "หมวดสัญญาณทหารอากาศ" และได้กำหนดให้ใช้คำว่า "สื่อสาร" หลังจากที่กองทัพบก กองทัพเรือ ได้มี กิจการสื่อสารแล้ว
          ภารกิจของกองทัพอากาศ ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตลอดมา  ตามความเจริญก้าวหน้าของกิจการการบิน แต่การสื่อสารในระยะเริ่มแรกยังอยู่ในวงจำกัด การติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยต้องอาศัย ใช้ทาง Land Line ของกรมไปรษณีย์โทรเลข    ส่วนการติดต่อกับอากาศยาน คงใช้เฉพาะฝูงบินตรวจการณ์ เพื่อตรวจสอบตำบลกระสุนตก การควบคุมการบิน ตลอดจนการแจ้งทิศทางลม ซึ่งต้องใช้แบบ ทัศนสัญญาณทั้งสิ้น และหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจนี้จะจัดขึ้นเฉพาะกองบิน เรียกว่า "หมวดสัญญาณ"   ต่อมาในปี ๒๔๗๙ กองทัพอากาศได้ซื้อเครื่องรับส่งแบบ ATR-3 ใช้หลอด MASDA ติดตั้งบนเครื่องบินแบบ ๒๓ (CORSAIR) ใช้ Wind Driving Generator  กับได้ซื้อเครื่องรับ AVR-7F และ H และส่งเครื่องส่งแบบ 25-A และ B มาทำการติดตั้งเครื่องบินแบบ ๒๓ ที่สร้างขึ้นเอง   และนำไปใช้งานที่สถานีวิทยุประจำฝูงบิน  ในคราวกรณีพิพาทอินโดจีนและสงครามเอเชียมหาบูรพา
         ปี พ.ศ. ๒๔๘๐    ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญโดยยกฐานะ  "กรมทหารอากาศ"
เป็น  "กองทัพอากาศ"  เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๔๘๐   มีฐานะเทียบเท่ากองทัพบก และ กองทัพเรือ  ให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และในปีนี้เองได้มีการปรับปรุงการติดต่อสื่อสารทางวิทยุให้มีผลดียิ่งขึ้น   โดยเปลี่ยน "หมวดสัญญาณ" เป็น "หมวดวิทยุ" และได้จัดตั้งหน่วยสื่อสารประจำกองบินขึ้นเป็นครั้งแรกรวม ๔ แห่ง ที่ดอนเมือง, โคกกระเทียม, นครราชสีมา และประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องส่งแบบสร้างเองของกรมไปรษณีย์โทรเลข  กำลังส่ง ๔๐๐ วัตต์ ทำการติดต่อระหว่างหน่วยต่อหน่วย (Point to Point) แทนการใช้ระบบทางสายของกรมไปรษณีย์โทรเลข จึงนับเป็นก้าวแรกที่มีการติดต่อวิทยุทางไกล ระหว่างหน่วยในกองทัพอากาศ        ซึ่งขณะนั้นไม่มีศูนย์การสื่อสารเฉพาะของส่วนบัญชาการ ต้องใช้หมวดวิทยุของกองบินที่ดอนเมือง เป็นศูนย์สื่อสารของผู้บังคับบัญชาชั้นสูง

เครื่องฝึกบินจำลอง (Link Trainer) แบบ P-3A

เรดาร์ควบคุมการบิน (RADAR Simulator)

                ปี พ.ศ. ๒๔๘๑   กองทัพอากาศเห็นว่า  การสื่อสารทางวิทยุมีความจำเป็น   จึงได้พยายามขยาย และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น  โดยได้ขอโอน ร้อยเอก มนัส เหมือนทองจีน (ยศครั้งสุดท้ายเป็นพลอากาศตรี  และเป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศคนแรก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๒๕๐๐) จากกรมการทหารสื่อสาร  มาประจำกรมยุทธการทหารอากาศ   ตามคำสั่งทหารที่ ๑๖๔/๑๐๙๗๖  ลง ๒๗ กันยายน ๒๔๘๑  เพื่อช่วยภารกิจด้านนี้     รับผิดชอบในการซ่อมสร้างระบบวิทยุสื่อสาร เป็นหน่วยในสังกัดกรมช่างอากาศ   และในปีนี้ได้มีการนำเครื่องวิทยุแบบ A.V.T. มาใช้บนเครื่องบิน ๔๑ (มาร์ติน บอมม์เบอร์) และเครื่องแบบ ATR-3  และใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหมุนด้วยลม  ติดตั้ง บ.แบบ ๒๓ (CORSAIR)
           ปี พ.ศ. ๒๔๘๒   กองทัพอากาศได้ขอโอน นายเถาว์ พรรณรุกข์  (เปลี่ยนชื่อและได้รับ พระราชทานเลื่อนยศ เป็น พลอากาศตรี พิพัฒน์ พรรณรุกข์ ผู้ชำนาญการกองทัพอากาศ) จากกองช่างวิทยุกรมไปรษณีย์โทรเลข  มารับราชการในกองทัพอากาศ  และในปลายปีนี้เอง เครื่องวิทยุที่กองทัพอากาศจัดซื้อได้นำเข้ามาติดตั้งใช้งานบน บ.แบบ ๒๓ และ บ.ขับไล่แบบ ๑๗ (HAWK 3) และเริ่มมีการสร้างเครื่องรับวิทยุขนาดเล็ก กำลังส่ง ๑๕ วัตต์ใช้งาน  นับได้ว่ากิจการสื่อสารของกองทัพอากาศ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขทั้งในด้านการซ่อมสร้างและปฏิบัติการ แต่อย่างไรก็ตาม ยังขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะต้องปฏิบัติงานอยู่มาก จึงได้มีการคัดเลือกทหารที่ปลดจากกองประจำการที่มีความรู้ เชาว์ดี และประสงค์จะรับราชการต่อไป รับการฝึกอบรมที่กองสัญญาณทหารเรือ  เมื่อสำเร็จแล้วบรรจุเป็นพลวิทยุประจำหมวดวิทยุตามกองบินต่างๆ
          
เมื่อวันที่  ๓  ธันวาคม  ๒๔๘๓    ซึ่งเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนกับฝรั่งเศสขึ้นนั้น  กองทัพอากาศได้ตั้งกองบัญชาการทหารอากาศสนาม ภายใต้การบัญชาการของ พลอากาศโทหลวง เทวฤทธิ์พันลึก   เสนาธิการทหารอากาศสนาม  เห็นว่าการที่จะใช้หน่วยสื่อสารของ กองบินเป็นศูนย์รวม  ย่อมไม่สะดวกและมีปัญหาขัดข้องมากมาย  จึงตั้งกองสื่อสารสนามขึ้น ให้เป็น ศูนย์การสื่อสารสนาม  มีภารกิจ ในการ เสนอข่าว ส่งกำลัง และรับรายงาน  เสนอผู้บังคับบัญชา โดยมีเรืออากาศเอก มนัส เหมือนทองจีน เป็นผู้บังคับกอง และเรืออากาศโท ใหญ่ กำเหนิดรัตน์ เป็นผู้ช่วย   และได้จัดตั้งสถานีวิทยุสนามออกไปปฏิบัติราชการสนาม ร่วมกับฝูงบินอิสระ  โดยใช้เครื่องวิทยุที่ เรืออากาศโท พิพัฒน์ พรรณรุกข์ แม่กองไฟฟ้าและวิทยุกรมช่างอากาศ สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องวิทยุบนเครื่องบิน  เครื่องวิทยุประจำที่  และจัดหาจากท้องตลาดทั่วไป
          เมื่อเสร็จสิ้นกรณีพิพาทแล้ว  จึงได้ย้ายกองสื่อสารสนาม ไปปฏิบัติงานบนหอบังคับการบิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมเสนาธิการทหารอากาศขณะนั้น   แต่มีภารกิจเฉพาะการเสนอข่าวกับการวางแผนยามฉุกเฉินเท่านั้น โดยได้ขอยืมเจ้าหน้าที่ของหน่วยสื่อสารประจำกองบินมาร่วมปฏิบัติงาน  นับเป็นการวางแผนขั้นแรกที่จะปรับปรุงการสื่อสาร และในปีนั้นเอง กองทัพอากาศ ได้จัดอัตรากำลังให้กว้างขวางมากขึ้น ตามความก้าวหน้าของกิจการด้านการบิน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ได้กำหนดให้มีส่วนราชการเพิ่มขึ้นอีกหลายหน่วย และให้หน่วยสื่อสารที่ตั้งขึ้นเป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมเสนาธิการทหารอากาศ  ตามอัตราการจัดกำลังปี ๒๔๘๓  มีหน้าที่ อำนวยการสื่อสารของกองทัพอากาศ
           เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔  สงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดขึ้น ทางราชการได้ประกาศ ตั้งหน่วยสื่อสารกองทัพอากาศตามอัตราการจัดกำลัง  โดยขอเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ และเรียกตัวนักเรียนที่ฝากเรียนที่กองสัญญาณทหารเรือรุ่นที่ ๒ กลับมาเพื่อปฏิบัติราชการสงครามด้วย  ทั้งนี้ กองไฟฟ้าและวิทยุกรมช่างอากาศได้พยายามสร้างเครื่องส่งวิทยุขนาดเล็ก กำลังส่งประมาณ ๑๕-๒๐ วัตต์    ใช้ในงานราชการประมาณ ๓๐ เครื่อง   และพยายามหาอะไหล่  สร้างเครื่องส่งขนาด ๑๐ วัตต์ เป็นผลสำเร็จ ๔ เครื่อง ให้กองสื่อสารทหารอากาศสนาม จ่ายสนับสนุนฝูงบินและกองบินที่จะต้องเคลื่อนย้าย

เครื่องวิทยุรับ-ส่ง แบบ VHF-FM HDTR H23 (2W) ครื่องช่วยเดินอากาศภาคพื้น แบบ AN/MPN-13

                  ในเดือนเมษายน ๒๔๘๕  ได้รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนวิทยุรุ่นที่ ๒  จำนวน ๓๐ นาย  โดยมีคำสั่งให้ ร้อยเอก ชลิน เทวะประทีป จากกรมการทหารสื่อสารมาเป็นครูและรับผิดชอบโรงเรียนสื่อสารทหารอากาศ ซึ่งอาศัยโรงเก็บเครื่องบินของกองบิน ๑ (บริเวณ คลังสินค้าท่าอากาศยานกรุงเทพ ตรงข้ามตลาดใหม่ดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต ในปัจจุบัน)  ใช้หลักสูตร ๓ ปี  และในกลางปีนี้เอง ได้ทำการทดลอง ส่งกระจายเสียงเป็นครั้งแรก   โดยใช้เครื่องส่งที่กองทัพอากาศสร้างขึ้นเอง  กำลังส่งออกอากาศประมาณ ๑๐๐ วัตต์ ในขนาดคลื่น ๖,๔๐๐ เฮิรตซ์  สามารถรับฟังได้เป็นที่น่าพอใจ   และได้รับสมัครบุคคลพลเรือนอีก ๒๕ นาย เข้าเป็นนักเรียนวิทยุรุ่นที่ ๓ เมื่อเดือนเมษายน ๒๔๘๖ ใช้ค่ายเสนารักษ์ (บริเวณช่องทางอากาศโยธินถนนวิภาวดีรังสิต ปัจจุบัน  เป็นที่พักและที่เรียน)
         
 ต้นปี ๒๔๘๗  สงครามได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น กรมเสนาธิการทหารอากาศสมัยนั้นเห็นว่าสถานที่ตั้งกรมเสนาธิการทหารอากาศสนาม และกองสื่อสารทหารอากาศสนาม จะไม่ปลอดภัยจากการทิ้งลูกระเบิด หรือปืนกลอากาศ  จึงได้มีคำสั่งย้ายให้ไปอยู่ที่ดงสะแก ตำบลหลักสี่ อำเภอบางเขน  การติดต่อสื่อสารใช้โทรศัพท์อัตโนมัติ    ส่วนการคมนาคมใช้เรือ หรือจักรยาน  ส่วนทางรถยนต์จะใช้เป็นบางโอกาส   และเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๔๘๗ ได้ยกฐานะกองสื่อสารทหารอากาศเป็นแผนกสื่อสาร อยู่ในการบังคับบัญชาของเสนาธิการทหารอากาศ   มีนาวาอากาศโท มนัส เหมือนทองจีน เป็นหัวหน้าแผนก   โดยมีหน่วยขึ้นตรง ๕ หน่วย คือ
         
  - กองบังคับการแผนกสื่อสาร
            - กองโรงเรียนสื่อสาร มี นาวาอากาศโท มนัส เหมือนทองจีน  รับผิดชอบ ตั้งแต่
 ๑๓ มิถุนายน ๒๔๘๗ จนถึง ๒๗ มิถุนายน ๒๔๘๘    นาวาอากาศตรี เริกส์  มหาสารินันท์
 รับผิดชอบต่อ จนถึง ๒๗ ธันวาคม ๒๔๙๑
            - สถานีวิทยุพื้นดิน
            - สถานีวิทยุรับข่าว
            - กองคลัง

          
ในปี ๒๔๘๘   เจ้าหน้าที่สื่อสารได้เข้าร่วมฝึกกับทหารของสหประชาชาติหน่วย AACS TRAFFIC CONTROL TRANSMITTER HF D/F หลังจากการร่วมฝึกได้รับโอนเครื่องมือและอุปกรณ์ไว้ใช้งานมากมาย
 

กล่องบันทึกเสียงการบิน BLACK BOX เครื่องส่งสนาม ขนาด ๑๐๐ วัตต์

                   ในปี ๒๔๘๙    เนื่องจากกองทัพอากาศขาดแคลนนายทหารสื่อสาร ที่มีความชำนาญ
ได้มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม  ให้นายทหารสื่อสาร จากกองทัพบก ๓ นาย   คือ ร้อยเอก เอกชัย มุสิกบุตร (ยศครั้งสุดท้าย พลอากาศตรี  เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ปี ๒๕๐๒ - ๒๕๐๖ และรักษาราชการแทน เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐)   ร้อยเอก หม่อมราชวงศ์ เสริม  สุขสวัสดิ์  (ยศครั้งสุดท้ายพลอากาศโท  เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหาร  ซึ่งเป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ปี ๒๕๐๙ - ๒๕๑๙)   และ ร้อยเอก วิชัย  ผลชอบ   (อดีตรองเจ้ากรม สื่อสารทหารอากาศ และผู้ชำนาญการกองทัพอากาศ)  มาประจำแผนกสื่อสาร กรมเสนาธิการทหารอากาศ   นายทหารที่รับโอนมาทั้ง ๓ นาย ได้พยายามค้นคว้าทั้งทางด้านตำราและการปฏิบัติร่วมกับสหประชาชาติ ที่เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยขณะนั้น ทำให้กิจการสื่อสารของกองทัพอากาศ เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น
          
ปี ๒๔๙๐   ได้โอนนายทหารเหล่าสื่อสารจากกองทัพบก มาประจำแผนกสื่อสาร กรมเสนา   ธิการทหารอากาศ  อีก ๓ นาย คือ ร้อยตรี พิน เจริญสุข (ยศครั้งสุดท้าย พลอากาศเอก  ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ   ซึ่งเป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ปี ๒๕๑๙ - ๒๕๒๐  และตั้งแต่ ๘  กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๒๒) ร้อยตรี วิศิษฏ์ ไหมแพง (ยศครั้งสุดท้าย นาวาอากาศเอก)     ร้อยตรี ประมวล บุญมาก (ยศครั้งสุดท้าย พลอากาศตรี  เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ปี ๒๕๒๐ ถึง ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒  และ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๒ ถึง ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓) เพื่อช่วยปฏิบัติงานด้านสื่อสารให้สมบูรณ์ขึ้น   ในปีนี้เองได้จัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านสื่อสารให้ดีขึ้นอีกมาก  นอกจากนี้แล้วยังได้ย้ายแผนกสื่อสาร  กรมเสนาธิการทหารอากาศ จากดงสะแก มาอยู่ที่ตึกเหลืองหลังยาวที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้น ขณะเกิด สงครามโลกครั้งที่ ๒
         ในปี ๒๔๙๑   กองทัพอากาศได้ส่ง เรืออากาศเอก เอกชัย  มุสิกบุตร   เดินทางไป   ดูงานและศึกษาวิทยุการบิน ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเวลา ๙ เดือน  ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๔๙๑  และ เรืออากาศเอก หม่อมราชวงศ์ เสริม สุขสวัสดิ์ ไปศึกษาเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา ๓ ปี  ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๑  นับเป็นรุ่นแรกของนายทหารสื่อสารกองทัพอากาศ ที่เดินทางไปศึกษา ดูงานต่างประเทศ และกองทัพอากาศยังได้มีการพิจารณาข้อขัดข้องที่ควรแก้ไข จากบทเรียนสงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้ว  เห็นว่าในการทำสงครามหาก จัดกำลังทางอากาศไม่เหมาะสม หรือส่วนสนับสนุนไม่เพียงพอก็ยากที่จะชนะ  จึงได้ยกฐานะแผนกสื่อสาร  เดิมซึ่งขึ้นตรงต่อ เสนาธิการทหารอากาศ  เป็น กรมสื่อสารทหารอากาศ   ตามพระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการกองทัพอากาศ พุทธศักราช ๒๔๙๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่ ๖๕  ตอนที่ ๕๕   ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๔๙๑  กำหนด ให้กรม สื่อสารทหารอากาศ เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ ถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับดังกล่าว    ดังนั้นจึงถือว่า วันที่ ๒๒ กันยายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมสื่อสารทหารอากาศ    โดยมี นาวาอากาศเอก มนัส เหมือนทองจีน เป็นผู้บังคับการกรม  และ นาวาอากาศโท เริกส์ มหาสารินันท์ เป็นรองผู้บังคับการกรม ขณะนั้น   มี พลอากาศโท หลวงเทวฤทธิ์พันลึก เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ   แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๕ ส่วน คือ
           ๑. กองบังคับการ  มีหน้าที่ด้านการสารบรรณ
           ๒. แผนกเทคนิค  มีหน้าที่ให้คำแนะนำวางแผนการสื่อสาร ตรวจสอบสมรรถภาพ
               เครื่องสื่อสาร  สถิติและค้นคว้า
           ๓. แผนกช่างสื่อสาร  มีหน้าที่ซ่อมสร้างและติดตั้งเครื่องมือสื่อสาร
           ๔. แผนกคลังสื่อสาร  มีหน้าที่จัดหาเก็บรักษาแจกจ่ายพัสดุสื่อสาร และคุมเอกสาร
               บัญชีทั้งสิ้น
           ๕. กองทหารสื่อสาร  มีหน้าที่ฝึกอบรมทหารกองประจำการ และมีศูนย์การสื่อสาร
               อยู่ในบังคับบัญชา  ซึ่งประกอบด้วย
                - กองร้อยสื่อสาร
                - สถานีวิทยุสื่อสาร

         ปี ๒๔๙๒  กรมสื่อสารทหารอากาศ ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาการเริ่มพัฒนาและได้เริ่มทำการกระจายเสียงใช้ชื่อว่า "สถานีทดลองของกรมสื่อสารทหารอากาศ" โดยใช้เครื่องส่งแบบ TA/FRC ดัดแปลงมาใช้ขนาดคลื่นยาวที่มีกำลังส่ง ๔๐๐ วัตต์  อยู่ในการอำนวยการของ เรืออากาศเอก เอกชัย มุสิกบุตร แม่กองวิชาการแผนกเทคนิคขณะนั้น  โดยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ประกาศ และผู้อำนวยการ  เป็นที่สนใจของประชาชน  นับได้ว่ากิจการวิทยุของกองทัพอากาศเริ่มขึ้นและมีความก้าวหน้าทัดเทียมกับเหล่าทัพอื่น
 
เครื่องโทรศัพน์แบบ TA-168/GT ครื่องส่งสนาม ขนาด ๑๕ วัตต์

         การจัดกำลังกองทัพอากาศ ได้มีการปรับปรุงตลอดมา   จนกระทั่งได้มีคณะที่ปรึกษาและช่วย เหลือทางทหาร (MAAG) เข้ามาร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือตามโครงการ  ได้พิจารณาข้อขัดข้องต่าง    ที่ควรแก้ไข และได้ให้คำแนะนำ    เพื่อให้การปฏิบัติงาน   เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ผลดี
         
ปี ๒๔๙๓  กิจการสื่อสารได้มีการขยายออก โดยกองทหารสื่อสาร ส่งคนไปประจำสถานีวิทยุที่สงขลา เชียงใหม่  พิษณุโลก  และที่อื่น ๆ   เพื่อช่วยการเดินอากาศ    และได้รับมอบหน่วยงานจากกองทัพอากาศประเทศอังกฤษ ที่ได้เข้ามาช่วยปฏิบัติงานในประเทศไทยภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา สิ้นสุดลง หน่วยงานนี้เรียกว่า "WORK SHOP" ทำหน้าที่เกี่ยวกับการซ่อม สร้างอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด รวมทั้งเครื่องยนต์ทำไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในสายงานสื่อสารด้วย
        
ปี ๒๔๙๔  ได้รับงบประมาณ ในการจัดหาอุปกรณ์สื่อสาร และสร้างอาคาร  ได้แก่การสร้างอาคารคลังสื่อสาร (ต่อมาใช้เป็นคลังแผนกสร้างสายโทรศัพท์ ปัจจุบันเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองพัสดุ สื่อสาร) กองบังคับการ (ปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงกองทัพอากาศ)   กับได้มีการพัฒนาด้านการกระจายเสียงโดย จ่าอากาศเอก อุทัย เสตะสุข  ช่างสื่อสารประจำ WORK SHOP ได้ดัดแปลงสร้างเครื่องส่งกระจายเสียงใช้เปิดเพลงจากแผ่นเสียง และเทปขดลวด โดยใช้ชื่อว่า "สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ"   ต่อมา เรืออากาศเอก ประยูร วัฒนาคม  หัวหน้าสถานีส่ง  ได้พิจารณาและนำเอาเครื่องส่งแบบ FRD-4  ซึ่งใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างจุดต่อจุด  มีกำลังส่ง ๒๐๐ วัตต์ มาดัดแปลงแก้ไขออกอากาศแทนเครื่องส่งเดิม  ในปีนี้เองได้โอนกองร้อยสื่อสารไปขึ้นกับกองบินยุทธการ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๔๙๔  และเปลี่ยนผู้บังคับการกรมสื่อสารทหารอากาศ  เป็นเจ้ากรม  สื่อสารทหารอากาศ
         
ปี ๒๔๙๕ กองทัพอากาศ  ได้เปลี่ยนแปลงการจัดหน่วยงานใหม่ เพื่อให้มีผลต่อการรวมการบังคับบัญชา (Unity Of Command) โดยให้ กรมสื่อสารทหารอากาศ   กรมช่างอากาศ  และกรม    สรรพาวุธทหารอากาศ  เป็นหน่วยช่วยรบ  ขึ้นตรงต่อกรมเทคนิคทหารอากาศ  ตามคำสั่ง กห.(พิเศษ)   ที่ ๑๒/๒๐๐๙   ลง ๒๘ มกราคม ๒๔๙๖  ให้กรมสื่อสารทหารอากาศ มีหน่วยขึ้นตรง ๔ หน่วย คือ
           - แผนกบริการ (แผนกการเงินมีฐานะเป็นฝ่ายการเงิน ขึ้นตรงกับส่วนบังคับบัญชา)
           - แผนกวิทยาการ (เปลี่ยนจากแผนกเทคนิค)
           - กองโรงงานสื่อสาร (แผนกโรงงานเดิม)
           - แผนกคลังสื่อสาร

          ปี ๒๔๙๖  ได้รับงบประมาณให้สร้างกองร้อยทหารสื่อสาร  ( เคยเป็นที่ทำการของแผนกการเงินและเป็นโรงเรียนเหล่าทหารสื่อสาร )  และสร้างอาคารคลังพัสดุสื่อสาร (คลัง ๓  กองพัสดุสื่อสารในปัจจุบัน)
         
ปี ๒๔๙๗  ได้ให้ กรมช่างโยธาทหารอากาศ จัดทำแบบและประมาณการสร้างตึกโทรศัพท์อัตโนมัติ ( ศูนย์โทรศัพท์ ด้านติดถนนพหลโยธิน )         ตามคำสั่ง กห.(เฉพาะ)  ที่
๑๔/๓๙๖๓  ลง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘  ให้กรมสื่อสารทหารอากาศ  เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการทหารอากาศ  จัดส่วนราชการเป็น ๔ ส่วน คือ
          
- กองบริการสื่อสาร (จัดฝ่ายการเงินขึ้นตรงกับแผนกส่งกำลังบำรุง)
           - กองโรงงานสื่อสาร
           - กองวิทยาการ (เปลี่ยนจากแผนก)
           - กองพัสดุสื่อสาร (เปลี่ยนจากแผนก)

 
เครื่องโทรศัพท์แบบ TA-312/PT เครื่องโทรศัพท์สนามชนิดมือหมุนแบบ EE-8

           จอมพลอากาศ ฟื้น  รณนภากาศฤทธาคนี  ผู้บัญชาการทหารอากาศ    ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๔๖๗/๙๘ ลง ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๘  ให้โอนกิจการโทรศัพท์ซึ่งขึ้นอยู่กับ แผนกไฟฟ้าประปาโทรศัพท์  กองไฟฟ้า กรมช่างโยธาทหารอากาศ  มาขึ้นตรงกับกรมสื่อสารทหารอากาศ   ฝากการบังคับบัญชาไว้ที่ กองโรงงานสื่อสาร
          
เมื่อ ๒๑ สิงหาคม ๒๔๙๙  ได้เริ่มทำการก่อสร้างอาคารตั้งโทรศัพท์อัตโนมัติ (ศูนย์โทรศัพท์ ด้านติดกับถนนพหลโยธิน) ในวงเงิน ๑,๑๘๐,๐๐๐ บาท  และสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๕๐๐
          
 ปี ๒๕๐๐  ได้ทำการติดตั้งโทรศัพท์อัตโนมัติ Step by Step เป็นชุมสายโทรศัพท์ขนาด ๑,๐๐๐ เลขหมาย  ระบบอัตโนมัติแบบ Direct Control ของบริษัท NEC ประเทศญี่ปุ่น และได้รับเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษแบบ FGC- 20X จำนวน ๖๒ เครื่อง จากประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้งาน
         
  เมื่อ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๐      คณะทหารได้ทำการยึดอำนาจ   และมีคำสั่งให้
นาวาอากาศเอก เอกชัย  มุสิกบุตร    เป็นรองเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  และรักษาราชการ หัวหน้ากองสื่อสาร กองบินยุทธการ อีกตำแหน่งหนึ่ง   กับให้นาวาอากาศเอก หม่อมราชวงศ์ เสริม สุขสวัสดิ์   เป็น  หัวหน้ากองโรงงานสื่อสาร  กรมสื่อสารทหารอากาศ
         
 ปี ๒๕๐๑  ได้ส่ง เรืออากาศเอก สมชัย มานิจสิน (ยศครั้งสุดท้าย พลอากาศโท)  และ นายทหารชั้นประทวน อีก ๕ นาย ไปศึกษาวิชาการฝนแร่บังคับความถี่ ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้สั่งซื้อเครื่อง ฝนแร่กลับมาด้วย ๑ เครื่อง ในราคาประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท  และในปีนี้กิจการสื่อสารโทรคมนาคม   ได้มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้า และได้รับความช่วยเหลือจากจัสแม็ก เริ่มทยอยส่งอุปกรณ์เครื่องโทรคมนาคม (RAF.COM) ให้ตั้งแต่ ๒ กันยายน ๒๕๐๑
         
 ปี ๒๕๐๒   นาวาอากาศเอก เอกชัย มุสิกบุตร  ได้รับโปรดเกล้า ฯ    ให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  และ นาวาอากาศเอก หม่อมราชวงศ์ เสริม สุขสวัสดิ์  ได้รับแต่งตั้งเป็น รองเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  ได้มีการขยายชุมสายโทรศัพท์ระบบอัตโนมัติแบบ Direct Control ขนาด ๑,๐๐๐ เลขหมาย  เป็น ๒,๐๐๐ เลขหมาย    เพื่อใช้สนับสนุนบ้านพัก ข้าราชการ และสถานที่ราชการ ของกองทัพอากาศ ภายในดอนเมือง
           การตั้งสถานีถ่ายทอดบนพื้นดิน มีอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารมาก  ในปี ๒๕๐๓ จึงได้ย้ายสถานีถ่ายทอดไปตั้งบนภูเขา  รวมทั้งติดตั้งเครื่องมือสื่อสาร (AN/TRC-24)  ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา  และนำเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษรุ่น M-28 เข้าประจำการ
         
ปี ๒๕๐๓  ได้สร้างตึกกองบังคับการ กรมสื่อสารทหารอากาศ (อาคารส่วนหนึ่งของกอง   วิทยาการปัจจุบัน)  และใช้เป็นตึกกองบังคับการ จนถึงปี ๒๕๐๘
         
ปี ๒๕๐๕  ได้จัดหาเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทย-อังกฤษ แบบ SNINKO SP-1, SP-6 มาใช้งาน
         
ปี ๒๕๐๖ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดอัตรากองทัพอากาศอีกครั้งหนึ่ง โดยมีประกาศใช้อัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๖  ตามคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ)  ที่ ๙/๐๖  ลง ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๖   ให้ กรมสื่อสารทหารอากาศ  มีหน่วยขึ้นตรง ๕ หน่วย  คือ
            -  กองบริการ
            -  กองวิทยาการ
            -  กองโรงงาน
            -  กองพัสดุ
           โดยเพิ่มกองอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมอีก ๑ หน่วย  มีแผนกโทรศัพท์และแผนกการสื่อสารเป็นหน่วยขึ้นตรง   และให้ฝ่ายการเงินเป็นแผนการเงินขึ้นตรงกับกองบริการ
           ได้มีการก่อสร้างอาคารสำหรับติดตั้งเครื่องปรับมาตรฐาน การซ่อมปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด (อาคารกองมาตรฐานเครื่องวัด)  โดยรัฐบาลประเทศสหรัฐอมริกา ออกค่าใช้จ่ายให้ OICC ดำเนินการ มีพลตรี เอร์เนส เอฟ อิสเตอร์บูค  หัวหน้าจัสแม็กทหารอากาศประจำประเทศไทย  ทำพิธีมอบให้เมื่อ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๐๗  เวลา ๑๐.๓๐ น. ณ กรมสื่อสารทหารอากาศ และ พลอากาศโท กมล     เดชะตุงคะ  รองเสนาธิการทหารอากาศ   เป็นผู้รับมอบ
         
  ปี ๒๕๐๘  ได้ย้ายกองบังคับการ กรมสื่อสารทหารอากาศ มาอยู่ที่อาคารใหม่ (บริเวณห้องประชุม กรมสื่อสารทหารอากาศ ๓ ปัจจุบัน)
         
  ปี ๒๕๐๙ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี
หม่อมราชวงศ์ เสริม  สุขสวัสดิ์   เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ

              ปี ๒๕๑๐  พลอากาศตรี หม่อมราชวงศ์ เสริม  สุขสวัสดิ์  เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ มีความคิดริเริ่ม   ได้แต่งตั้งคณะชุดทำงาน มีนาวาอากาศตรี พิศิษฐ์  บูรณะศิริ  (ยศสุดท้าย พลอากาศโท) เป็นหัวหน้าชุด ได้ทำการค้นคว้าสร้างเครื่องรหัสโทรพิมพ์ ตั้งแต่ ๒ มกราคม ๒๕๑๑ และทดลองใช้งานได้เมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๒    เป็นเครื่องแรกของกองทัพอากาศ  สามารถเข้าและถอดรหัสได้โดยอัตโนมัติ และให้เชื่อว่า เครื่องรหัสโทรพิมพ์ "จันทรุเบกษา"
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระทัย ในการผลิตแร่งบังคับความถี่เป็นอย่างมาก และได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการผลิตแร่บังคับความถี่ ที่โรงงานฝนแร่ฯ เมื่อ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๓๑ โดยมี พลอากาศเอก บุญชู จันทรุเบกษา  ผู้บัญชาการทหารอากาศ  และพลอากาศตรี หม่อมราชวงศ์ เสริม สุขสวัสดิ์ เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  เป็นผู้ถวายการต้อนรับ ในการเสด็จพระราชดำเนิน
          
ปี ๒๕๑๔  ได้ติดตั้งระบบวิทยุถ่ายทอด Microwave  และได้รับอนุมัติจากกองทัพอากาศ  ให้ปรับปรุงระบบโทรคมนาคม โดยจัดหา AN/GRC-103 (V) เพื่อทดแทนอุปกรณ์วิทยุเก่าแบบ ANTRC-24 รวมทั้งได้นำเอา ระบบสื่อสารดาวเทียมมา ใช้สำหรับการสื่อสารโทรคมนาคม ของ          กองทัพอากาศด้วย
            สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี   ทรงพระราชดำเนินประทับแรม  ณ อุทยาน
แห่งชาติภูกระดึง จ.เลย และได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมสถานีโทรคมนาคมภูกระดึง เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๑๔  มีเรืออากาศเอก ปรีชา น้าสุนีย์ (ยศสุดท้ายพลอากาศตรี) พร้อมเจ้าหน้าที่ถวายการต้อนรับ)
          
ปี ๒๕๑๕ ได้ทำการติดตั้งชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติระบบ Cross Bar (NTC4-D404) แบบ Common Control ขนาด ๔,๐๐๐ เลขหมาย  สามารถขยายได้ ๘,๐๐๐ เลขหมาย ของบริษัท NEC ประเทศญี่ปุ่น     สำหรับเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษล้วนแบบ FGC-20 ใช้งาน มานานชำรุด   ไม่สามารถซ่อมบำรุงได้ ได้พิจารณาจัดหาเครื่องรุ่นใหม่แบบ M-28 มาใช้งานแทน
          
ปี ๒๕๑๖  ได้มีคำสั่ง กรมสื่อสารทหารอากาศ  ที่ ๑๗๙/๑๙  ลง ๒๑ กันยายน ๒๕๑๖ เรื่องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็นการเริ่มต้นงานด้านกรรมวิธีข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
           คำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๘๖/๑๙  ลง ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๙  เรื่อง แก้ไขอัตรากองทัพอากาศ ครั้งที่ ๙๙  ให้ฝ่ายเครื่องวัด  กองโรงงานสื่อสาร   เป็นกองซ่อมปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด   ตั้งแต่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๑๙  มีหน้าที่ด้านวิทยาการ ประสานงาน แนะนำกำกับการซ่อมบำรุง และปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด  ตลอดจนเครื่องวัดที่เป็นมาตรฐานอ้างอิงของส่วนราชการกระทรวงกลาโหม  ส่วนราชการอื่น ๆ และรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นมาตรฐานสากล
          
ปี ๒๕๑๗   ได้จัดหาเครื่องโทรพิมพ์แบบ SHINKO-50   ทดแทนเครื่อง SHINKO SP-1, SP-6
          
ปี ๒๕๒๐ ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ยกเลิกกองบินยุทธการ กองสื่อสารกองบินยุทธการจึงได้โอนมาเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมสื่อสารทหารอากาศ และเปลี่ยนชื่อเป็นกองปฏิบัติการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์  มีนาวาอากาศเอก วินัย ยุกตะทัต เป็นผู้อำนวยการ   และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า  ให้         พลอากาศตรี ประมวล บุญมาก  เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ
          
ปี ๒๕๒๑   พันตรีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ   ขณะทรงเป็นนายทหารนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบก  รุ่นที่ ๕๖   ได้เสด็จฯ พร้อมคณะ  ทอดพระเนตรการผลิตแร่บังคับความถี่  ที่โรงงานฝนแร่   เมื่อ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๒๑ โดยมี พลอากาศเอก พะเนียง กานตรัตน์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ   และพลอากาศตรี ประมวล บุญมาก   เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  เป็นผู้ถวายการต้อนรับ
          
ปี ๒๕๒๒   พลอากาศตรี พิน เจริญสุข  ได้กลับมารักษาราชการเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ อีกครั้งหนึ่ง ถึงปี ๒๕๒๓   และเห็นว่า กรมสื่อสารทหารอากาศ น่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่หน่วย จึงได้ดำริให้ก่อสร้างเทพพญาหนุมาน ที่บริเวณอาคารกองบังคับการกรมสื่อสารทหารอากาศ  โดยได้ประกอบพิธีทั้งทางพุทธและทางพราหมณ์   พลอากาศตรี วิชัย กาญจนาภา (ยศครั้งสุดท้าย       พลอากาศโท)  ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้า  แต่งตั้งเป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ   ตั้งแต่ปี  ๒๕๒๓ - ๒๕๒๖   คำสั่งกองทัพอากาศ   ที่  ๑๒๕/๒๓ ลง  ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๒๓  ได้แก้ไขเพิ่มเติม ภารกิจให้กองซ่อมปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด  รับผิดชอบการซ่อมบำรุง และปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัดอิเล็กทรอนิกส์ประเภท    เครื่องวัดกลไกไฟฟ้าประเภท ๓   ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริภัณฑ์เครื่องวัดประเภท ๓
          
ปี ๒๕๒๔  คำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับ ที่ ๒๖๕/๒๔  ลง ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๔  เรื่องให้ใช้อัตราแผนกผลิตแร่บังคับความถี่ (เพื่อพลาง) เป็นหน่วยขึ้นตรงกองโรงงานสื่อสาร  และมีคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๒๘๗/๒๔ ลง ๑ ธันวาคม ๒๕๒๔ เรื่อง ให้ใช้อัตรากองปฏิบัติการและซ่อมบำรุงเครื่องจักรคำนวณ (เพื่อพลาง)  และในปีนี้ได้จัดหา เครื่อง โทรพิมพ์ภาษาไทย-อังกฤษ แบบ SHINKO S-3000  เป็นเครื่องที่ใช้ Electronic ควบคุมการทำงาน  มาใช้แทนแบบ S-50
          
เมื่อประมาณต้นปี ๒๕๒๕  ได้เกิดปัญหาค่าครองชีพ  จากผลกระทบที่ราคาน้ำมัน สูงขึ้น  พลเอก สายหยุด เกิดผล  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  มีนโยบายให้ทำการส่งเสริมสหกรณ์ในเหล่าทัพต่าง ๆ         เพื่อให้ข้าราชการทหาร  ได้มีการออมทรัพย์   ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พลอากาศตรี วิชัย กาญจนาภา  เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ และคณะ  จึงได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน สหกรณ์กรุงเทพฯ และได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  เมื่อ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๕
           ทั้งนี้ในปี ๒๕๒๕ ได้จัดหาเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษแบบ OKI MT-100 ซึ่งควบคุมการทำงานด้วย Electronic  มาใช้งานแทนเครื่องโทรพิมพ์อังกฤษแบบ M-28
          
 ปี ๒๕๒๖  พลอากาศตรี วินัย ยุกตะทัต  ได้รับราชโองการโปรดเกล้าฯ  แต่งตั้งเป็น       เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖-๒๕๒๙ ตามคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๖๓๕/๒๖ ลง  ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๖ ให้ใช้อัตรากรมสื่อสารทหารอากาศ (เพื่อพลาง)    ให้ใช้อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๓๒๐๔   และคำสั่งกองทัพอากาศ  (เฉพาะ) ลับ ที่ ๒๖๙/๒๖ ลง ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๖  ให้ใช้อัตรากองสงครามอิเล็กทรอนิกส์
          
 ปี ๒๕๒๗  ได้ทำการติดตั้งชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ  ระบบ Digital SPC แบบ MD-110   ขนาด ๑,๖๐๐ เลขหมาย ของบริษัทอิริคสัน ประเทศสวีเดน   และทำการดัดแปลงแบตเตอรี่ BA-4386 V1 ของวิทยุติดตามตัว VHF/FM AN/PRC-77  ขจัดปัญหาการขาดแคลนแบตเตอรี่ สำหรับวิทยุ AN/PRC-660
             กรมสื่อสารทหารอากาศ     ได้แต่งตั้งคณะทำงานกิจกรรมกลุ่มสร้างเสริมคุณภาพ
ตอบสนองแนวนโยบายของกองทัพอากาศ  เพื่อพัฒนาคุณภาพกำลังพลและประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน  ตามคำสั่งกรมสื่อสารทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๑/๒๘ ลง ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ มี นาวาอากาศเอก ประเสริฐ ลพสัตถยุทธ  เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
          
 ปี ๒๕๒๙   ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า  แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี บรรจบ โกมลภมร เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  ถึงปี ๒๕๓๐   และในปี ๒๕๒๙ ได้ริเริ่มจัดทำโครงการข่ายสื่อสารโทรสำเนา  เพื่อเป็นการพัฒนาระบบสื่อสารของกองทัพอากาศให้ทันสมัย
          
 ปี ๒๕๓๐  กองทัพอากาศได้รับอนุมัติ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้จัดหน่วยงานใหม่  ตามคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ)  ที่ ๙๙/๓๐    ลง ๖ มีนาคม ๒๕๓๐  กรมสื่อสารทหารอากาศ  มีส่วนราชการขึ้นตรง ๘ หน่วย  และหน่วยตามอัตราเพื่อพลาง ๒ หน่วย  ตั้งแต่ ๘ มกราคม ๒๕๓๐  และมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารดังนี้  
             
- แผนการเงิน
              - กองยุทธการ (เปลี่ยนจากกองบริการ)
              - กองวิทยาการ
              - กองสร้างซ่อมบริภัณฑ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์
              - กองพัสดุสื่อสาร
              - กองอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม (เปลี่ยนชื่อหน่วยขึ้นตรงคือแผนกการสื่อสาร
                เป็น ศูนย์โทรคมนาคม และแผนกโทรศัพท์เป็นศูนย์โทรศัพท์)
              - กองซ่อมปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด (เปลี่ยนหัวหน้ากองเป็นผู้อำนวยการกอง)
              - กองปฏิบัติการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์
              - กองสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (เพื่อพลาง)
              - กองปฏิบัติการและซ่อมบำรุงเครื่องจักรคำนวณ (เพื่อพลาง)

              โดยมี พลอากาศตรี ประวิทย์ อุดมผล  เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  ถึงปี ๒๕๓๑

          
 ปี ๒๕๓๑  ได้นำระบบการซ่อมบำรุงอัตโนมัติ (ALMS) มาใช้ในการส่งกำลังบำรุงด้านพัสดุ  และมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี ประยูร ปลื้มปัญญา เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ถึงปี ๒๕๓๓ ได้พัฒนาเครื่องโทรพิมพ์ ไทย-อังกฤษ มาเป็นเครื่องโทรพิมพ์ PC มีการเชื่อมต่อแบบ ON LINE ใช้งานรับส่งข่าวสารข้อมูลกับทุกหน่วยงานภายในกองทัพอากาศ จนถึงปัจจุบัน
          
ปี ๒๕๓๒  ได้ติดตั้งระบบโทรคมนาคมของโครงการ RTADS PHASE I  เป็นระบบโทรคมนาคมแบบ Digital Microwave  รุ่น MDR-2205 ของบริษัท ALCATEL  สนับสนุนเครือข่ายการสื่อสารในภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   สำหรับในภาคเหนือได้นำวิทยุโทรคมนาคม ย่าน UHF แบบ RL-420  ของบริษัท  อีริคสัน  ซึ่งออกแบบเพื่อให้ใช้งานในลักษณะยุทธวิธีสามารถเคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว เป็นข่ายการสื่อสาร และใช้ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม  มีสถานแม่ข่ายที่ดอนเมือง ติดต่อสื่อสารให้แก่ฝูงบินน่าน กองบิน ๗๑ (สุราษฎร์ฯ) กองบิน ๕๖ (หาดใหญ่) และสถานรายงานสมุย   โดยใช้ TRANSPONDER ดาวเทียมไทยคม ๒
         
ปี ๒๕๓๓  ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ นาวาอากาศเอก ถนิจ อังศุสิงห์  ผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทย ประจำกรุงมนิลา  เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  ถึงปี ๒๕๓๕ (ยศครั้งสุดท้าย พลอากาศเอก)
        เมื่อ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๔ ได้รับอนุมัติโครงการ ๕ ปี (ปี ๒๕๓๖-๒๕๔๐)  พัฒนากิจการซ่อมปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการมาตรฐานเครื่องวัดแบบ ๑ (TYPE I) จำนวน ๘ ห้อง ที่กองบิน ๔  อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์   เพื่อทดแทนการส่งเครื่องวัดมาตรฐานบางส่วนไปปรับเทียบมาตรฐานที่ต่างประเทศ
           สำหรับกองสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (เพื่อพลาง)   และ กองปฏิบัติการและซ่อมบำรุงเครื่องจักรคำนวณ(เพื่อพลาง) ได้เป็นหน่วยขึ้นตรงในอัตราของกรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ
ซึ่งตั้งขึ้น   ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพอากาศ   กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม
         ปี ๒๕๓๔   เมื่อ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ พลอากาศเอก เกษตร โรจนนิล ได้มาเป็นประธานฯ ทำพิธีเปิดอาคารกองบังคับการ กรมสื่อสารทหารอากาศปัจจุบัน
          ปี ๒๕๓๕ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ พลอากาศตรีประสาร ทิพยเกษร  เป็น  เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ
         ปี ๒๕๓๖ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้  พลอากาศตรี จิโรจ ฉายะพงศ์   ดำรงตำแหน่ง  เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ถึง ๒๕๓๙
         ปี ๒๕๓๘  ได้ขายชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ แบบ MD-110 ครบ ๖,๖๐๐ เลขหมาย  และเปิดห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ๔ ห้อง คือ ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางมิติ (DIMENSIONAL)  ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางแสงเลเซอร์ (OPTICAL/LASER) ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางอุณหพลศาสตร์ (THERMODYNAMIC) และห้องปฏิบัติการทางไฟฟ้ากระแสตรง และกระแสสลับความถี่ต่ำ (DC&AC LOW FREQUENCY)
            พลอากาศตรี จิโรจ ฉายะพงศ์ เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ ได้เป็นผู้ริเริ่มสร้างพระอนุสาวรีย์ พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน  "พระบิดาทหารสื่อสาร" โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ได้เสด็จฯ เป็นองค์ประธานทำพิธีเปิด เมื่อวันพุธที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ เวลา ๑๓.๑๙ น.
            ตามคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับที่ ๑๗๑/๓๙  ลง ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๙  เรื่องแก้อัตรากองทัพอากาศ  ให้ยกเลิกอัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๖ อัตราเฉพาะกิจหมายเลข ๓๒๐๑ กรมสื่อสาร ทหารอากาศ   และให้ใช้อัตราเฉพาะกิจหมายเลข ๓๑๐๑-๓ ส.ทอ.บนอ. ให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ กองบัญชาการสนับสนุนทางอากาศ    มีภารกิจหน้าที่ในการ ซ่อมและดัดแปลงเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติการเกี่ยวกับการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์  การพัสดุสื่อสาร  ปรับเทียบมาตรฐานเครื่องมือเครื่องวัด  วิจัยและพัฒนาทางสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์   กับมีหน้าที่ ในการให้การฝึก  ศึกษา   และควบคุม  ตรวจตรากิจการในสายวิทยาการเหล่าทหารสื่อสาร   มี เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ   เป็นผู้บังคับบัญชา    และรับผิดชอบ    มีหน่วยขึ้นตรงในภารกิจ ๙ หน่วยดังนี้
            - กองบังคับการ
            - กองบริการ

            - แผนกการเงิน
            - กองวิทยาการ
            - กองสื่อสารโทรคมนาคม (เปลี่ยนจากกองอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม)
            - กองปฏิบัติการสื่อสาร (เปลี่ยนจากกองปฏิบัติการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์)
            - กองมาตรฐานเครื่องวัด (เปลี่ยนจากกองซ่อมปรับเทียบมาตรฐานเครื่องวัด)
            - กองโรงงาน (เปลี่ยนจากกองสร้างซ่อมบริภัณฑ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์)
            - กองพัสดุสื่อสาร

           ในปี ๒๕๓๙ ได้ทำการติดตั้งชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติระบบ Digital SPC แบบ T81 ขนาด ๔,๐๐๐ เลขหมาย ของบริษัท NORTHERN ประเทศแคนาดา   สำหรับใช้งานที่บ้านพักอาศัยของกองทัพอากาศ   ฝั่งพหลโยธิน และได้เปิดห้องปฏิบัติการมาตรฐานเวลาและความถี่ (Time & Frequency) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ   แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี  ฉัตรเบญจ สงวนสัตย์   ดำรงตำแหน่ง   เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ  กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ  ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙
         ปี ๒๕๔๐   ได้ติดตั้งชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติแบบ 61C ขนาด 600 เลขหมาย สนับสนุนบ้านพักกองทัพอากาศ ฝั่งทุ่งสีกัน  และเปิดห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางอุณหภูมิ
           
ปี ๒๕๔๑  ผู้บัญชาการกองบัญชาการสนับสนุนทางอากาศ ได้มาเป็นประธานทำพิธีเปิด Home Page ในโอกาสที่กรมสื่อสารทหารอากาศ สถาปนาครบรอบ ๕๐ ปี เมื่อ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑   และมีคำสั่งกองทัพอากาศ ที่ ๑๐๖๓/๔๑ ลง ๓๐ กันยายน ๒๕๔๑ แต่งตั้งให้ นาวาอากาศเอก สมชาย เธียรอนันต์  เสนาธิการกรมสื่อสารทหารอากาศ เป็นรองเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ   และให้ นาวาอากาศเอก กิติวัจน์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา     ผู้อำนวยการกองโรงงาน  เป็นเสนาธิการกรมสื่อสาร ทหารอากาศฯ
            ตามนโยบายของกองทัพอากาศ    ในด้านการบริหารทรัพยากร  ทั้งบุคคล   พัสดุ  
งบประมาณ สิ่งแวดล้อมและเวลา ได้กำหนดให้หน่วยงานทุกระดับวางแผนกำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้หน่วยงานบริหารทรัพยากร โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ได้ตอบสนองนโยบายโดยจัดทำเป็นโครงการต่าง ๆ เช่น
            การพัฒนาหน่วย
            - ได้ปรับปรุงระบบบริหารงบประมาณ  เพื่อให้การบริหารงบประมาณกรมสื่อสารทหารอากาศฯ มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับสถานภาพงบประมาณของกองทัพอากาศ  ที่อยู่ในสภาวะ "การบริหารการทรัพยากรที่ขาดแคลน"
            - มีโครงการจัดทำศูนย์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์  เพื่อจัดระบบการเก็บเอกสารเทคนิคให้มีประสิทธิภาพในการเก็บ ค้นหา เปลี่ยนแปลง และการนำไปใช้งาน เป็นการลดพื้นที่การจัดเก็บเอกสารเทคนิคที่มีจำนวนมากและทวีมากขึ้นในแต่ละปี
            - ปรับปรุงระบบสื่อสารดาวเทียมให้เป็นระบบดิจิตอลที่ทันสมัย มีช่องสื่อสารเพียงพอต่อการใช้งาน ตลอดจนให้มีขีดความสามารถเป็นข่ายสื่อสารสำรองของระบบ RTADS
            - ดำเนินการขอรับมาตรฐาน ISO/IEC GUIDE 25 เพื่อยกมาตรฐานการปรับเทียบมาตรฐานของกองทัพอากาศ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  สามารถให้การรับรองห้องปฏิบัติการระดับรองลงมาได้
            - พัฒนางานสารสนเทศสายสื่อสาร   เพื่อเตรียมรองรับระบบงานสารสนเทศ ของ กองทัพอากาศ
           - เพิ่มขีดความสามารถในการรับ-ส่งข่าว โดยเครื่องโทรพิมพ์ไมโครคอมพิวเตอร์  (PC)  และเครื่องโทรสำเนา (FAX) มาใช้  เพื่อให้สามารถติดต่อรับ-ส่งข่าวสารกับหน่วยต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังได้นำเครื่อง PC MITACPENTIUM 100 มาใช้ในด้านข่ายการสื่อสาร TELEX ซึ่งเป็นข่ายที่ใช้ติดต่อกับต่างประเทศ ในเรื่องการจัดซื้อจัดหา
            - พัฒนาระบบโทรคมนาคมตามโครงการ RTADS PHASE III  โดยนำระบบสื่อสารโทรคมนาคมเส้นใยแก้วนำแสง ในเส้นทางหลักฝังวางตามแนวทางรถไฟจากดอนเมือง ถึงสถานีรถไฟบ้านพรุ  อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟทุ่งโพธิ์ จ.สุราษฎร์ธานี ไปยัง SSOC ในพื้นที่กองบิน ๗๑ กองพลที่ ๔  กองบัญชาการยุทธทางอากาศ โดยนำระบบบริการเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม (NETWORK MANENGMENT CONTROL CENTER) ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพการทำงาน ของอุปกรณ์ในเครือข่ายโทรคมนาคมทั้งหมด และสามารถควบคุมการทำงานได้ด้วย
            การพัฒนากำลังพล ได้มีการส่งเสริมสนับสนุน ให้ข้าราชการและลูกจ้าง ของกรม สื่อสารทหารอากาศฯ ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสุขภาพพลานามัยให้แข็งแรง เป็นการลดการเจ็บป่วย  รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
            การพัฒนาบุคลากร   เนื่องจากในปัจจุบัน  มีการจัดหน่วยงานเพิ่มตามอัตรากองทัพ
อากาศ  ปี ๒๕๓๙  แต่กำลังพลบางหน่วยเท่าเดิมหรือลดลง ทำให้เกิดการขาดแคลนกำลังพล ได้ให้หน่วยขึ้นตรงกรมสื่อสารทหารอากาศฯ   ดำเนินการฝึกข้ามสายงาน Cross Training ของกลุ่มงานที่คล้ายคลึงกัน
            การพัฒนาสิ่งแวดล้อม   ได้ให้หน่วยขึ้นตรงกรมสื่อสารทหารอากาศฯ   ดำเนินการ
พัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้าง เกิดความรู้สึกที่ดีต่อสถานที่ทำงาน ให้สุขภาพจิตดีขึ้น  ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

          ปี ๒๕๔๒  ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี อนุรักษ์  โพธิ์อุบล  ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒

        ปี ๒๕๔๔  ได้มีคำสั่งกองทัพอากาศแต่งตั้งให้ นาวาอากาศเอก วัฒนา คล้ายจำนง
เป็น รองเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ   และ นาวาอากาศเอก พิริยะ ศิริบุญ เป็น เสนาธิการกรมสื่อสาร ทหารอากาศฯ   ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๔

        ปี ๒๕๔๕ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี สมชาย  เธียรอนันต์   ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๕   และได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ แต่งตั้งให้ นาวาอากาศเอก พิริยะ  ศิริบุญ  เป็น รองเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ  และ นาวาอากาศเอกหม่อมหลวง ชนากร วรวรรณ   เป็น เสนาธิการกรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๕

         ปี ๒๕๔๗  ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี วัฒนา คล้ายจำนง   ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๗   และได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ แต่งตั้งให้ นาวาอากาศเอก อุดมศักดิ์  นาคะชัย  เป็น เสนาธิการกรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๗

        ปี ๒๕๔๘  ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พลอากาศตรี พิริยะ  ศิริบุญ   ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘   และได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ แต่งตั้งให้ นาวาอากาศเอก อุดมศักดิ์  นาคะชัย  เป็น รองเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศฯ    และ
นาวาอากาศเอก สุรศักดิ์  มีมณี   เป็น เสนาธิการกรมสื่อสารทหารอากาศฯ  ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘
         ตามคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับที่ ๑๔๖/๔๘  ลง ๒๖ กันยายน ๒๕๔๘  เรื่องแก้อัตรา
กองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๓๙ (ครั้งที่ ๕๙)    ให้แก้ไขอัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๓๙  เฉพาะอัตรา
เฉพาะกิจหมายเลข ๓๑๐๑ - ๓  กรมสื่อสารทหารอากาศ    ซึ่งใช้คำสั่ง ทอ.(เฉพาะ) ลับ  ที่ ๑๗๑/๓๙
ลง ๑๖ ก.ค.๓๙  แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ง ทอ.(เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๐๑/๔๕ ลง ๗ มิ.ย.๔๕,  ที่ ๙๓/๔๖  ลง
๓๐ มิ.ย.๔๖ และที่ ๑๔๐/๔๗ ลง ๒๘ ก.ย.๔๗  โดยให้ยกเลิกหน้า ๑-๑๖, ๓๐-๕๓, ๖๔,๖๕,๖๗-๖๙ และ ๗๒ เดิม เสียทั้งสิ้น และให้ใช้หน้า ๑-๖, ๓๐-๕๓, ๕๓/๑ ๖๔,๖๕,๖๗-๖๙ และ ๗๒ ใหม่  และให้ยกเลิกอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๓๑๐๑-๓-๑ กรมสื่อสารทหารอากาศ (เพื่อพลาง) ซึ่งใช้ตามคำสั่ง ทอ.(เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๐๕/๔๗ ลง ๑๙ ก.ค.๔๗    โดย กรมสื่อสารทหารอากาศ  มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการซ่อม สร้าง  ผลิต  ดัดแปลง  ปฏิบัติการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์  กิจการโทรคมนาคม  กิจการกระจายเสียงและ
กิจการโทรทัศน์  มาตรวิทยา  การพัสดุสื่อสาร  วิจัยและพัฒนากิจการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์   กับมีหน้าที่กำหนดแนวทาง  ควบคุม  ประเมินผล  การฝึกศึกษา และตรวจตรากิจการในสายวิทยาการสื่อสาร 
มีเจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ    มีหน่วยขึ้นตรงในภารกิจ ๙ หน่วยดังนี้
            - กองบังคับการ 
            - แผนกการเงิน
            - กองบริการ
           
            - กองวิทยาการ
            - ศูนย์สื่อสารโทรคมนาคม
            - กองกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
            - กองมาตรวิทยา
            - กองโรงงาน 
            - กองพัสดุสื่อสาร